กี่ครั้งก็เหมือนเดิม “สิทธิชัย” มั่นใจชนะ “ดาวิต” เป็นครั้งลำดับที่สาม

กี่ครั้งก็เหมือนเดิม

กี่ครั้งก็เหมือนเดิม “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” ลั่นจะซ้ำเติมความแพ้พ่ายให้อริเก่าอย่าง “ดาวิต คิเรีย”

กี่ครั้งก็เหมือนเดิม วันเพื่อชิงใบผ่านทางสู่รอบชิงแชมป์ของการประลองคิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต ที่จะมีขึ้นในศึก ซึ่งจะถ่ายทอดสดในวันศุกร์ที่ 28 เดือนมกราคมนี้

เจ้าตำนานคิกบ็อกซิ่งขวัญใจคนไทย โคจรกลับมาพบกับคู่ปรับเก่าที่เคยฟัดกันมาก่อนถึง 2 ครั้งสำหรับเพื่อการชิงชัยคิกบ็อกซิ่งรายการใหญ่ ก่อนจะเข้ามาอยู่ร่วมขึ้นตรงต่อ วัน แชมเปียนชิพ โดย สิทธิชัย เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกในทีแรกและก็ชนะคะแนนในครั้งลำดับที่สอง

กี่ครั้งก็เหมือนเดิม

สำหรับในการเปิดศึกภาคสามของทั้งสอง เปิดเผยว่าปราศจากความกังวลใจอะไร เพราะว่าตนนั้นรู้จักกับสไตล์การต่อยของ อย่างดีเยี่ยม ภายหลังที่เอาชนะมาได้อีกทั้ง 2 ครั้ง

และก็แน่ใจว่าคราวนี้ข้อสรุปจะไม่มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา โดยเขาจะยังเป็นข้างเอาชนะได้อีกเป็นคำรบ 3 https://azdgc.com/

แม้กระนั้น ก็มิได้ประมาท โดยจากการได้มอง ดาวิต เอาชนะน็อกคู่แข่งขันในรอบแรกของศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ เมื่อต.ค. 2564

เขาสารภาพว่า คู่ปรปักษ์เก่ารายนี้ ปรับปรุงฝีมือ มากยิ่งกว่าเดิม จากเมื่อครั้งที่ พบกันครั้งสุดท้ายเมื่อราว 5 ปีกลาย คราวนี้เขาก็เลยตระเตรียม แนวทางต่อยมา อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเขามั่นใจ ว่าจะทำให้ เกิดปัญหาให้กับแน่ๆ

กี่ครั้งก็เหมือนเดิม “จากที่มองไฟต์ ปัจจุบันที่เขา เอาชนะน็อกมาได้ ก็คิดว่าเขา ปรับปรุงความ สามารถมากยิ่งกว่าเดิมครับผม ประหนึ่งว่าเขา หมัดหนักขึ้น ร่างกายก็ดี แล้วขึ้นครับผม แม้กระนั้นผมรู้สึกว่าคราวนี้อาจจะไม่ต่างอะไรจากเดิม เพราะว่าผมออกจะทราบทาง อย่างดีเยี่ยม อย่างไรผมก็แน่ใจว่าจะต้อนเอาชนะเขาได้แน่ๆนะครับ”

กี่ครั้งก็เหมือนเดิม

“แต่ว่าผมก็ไม่ประมาทนะครับ เพราะเหตุว่า เป็นมวยที่ต่อยระยะใกล้เก่ง พวกเราก็เลยจำเป็นต้องมานะรักษาระยะห่าง โดยใช้เตะซ้ายยาว รวมทั้งการแทงหัวเข่า ซึ่งผมทราบดีว่าเขารังเกียจ รวมทั้งผมก็ตระเตรียมฝึกซ้อมไปเป็นพิเศษเลยครับผม”

กี่ครั้งก็เหมือนเดิม ชัยในคราวนี้สื่อความหมายต่อ มากมาย เพราะว่าจะเป็นตั๋วท่องเที่ยวเดียวที่จะพาเขาผ่านไปสู่รอบชิงแชมป์ รวมทั้งขยับใกล้สายรัดเอวแชมป์คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟคุณร์เวต อันมีเกียรติที่เขาใฝ่ฝันต้องการจะถือครองสักหนึ่งครั้งในชีวิต

“ศิษย์สองพี่น้อง” เป็นนักมวยไทยที่เป็นที่รู้จักระดับมวยแม่เหล็กที่แวดวงคิกบ็อกซิ่งอันดับที่หนึ่งของโลก พ่วงดีกรีแชมป์โลกมวยไทยแล้วก็คิกบ็อกซิ่ง 12 ยุค มวยไทย

จัดเป็นมวยซ้ายอันตรายคนหนึ่งของสมัย แม้ว่าจะเปิดตัวไม่สวยสวยใน วัน แชมเปียนชิพ แต่ว่า มั่นใจว่าเขาจะสามารถกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในฐานะนักต่อยที่กล้าที่สุดในโลกได้

กี่ครั้งก็เหมือนเดิม รวมทั้งจังหวะ นั้นก็มาถึง เมื่อเขาถูก วางตัวให้พบ กับคิกบ็อกเซอร์ท็อป 10 ของโลกชาวตุรกี “ไทฟุน ออสแคน” ซึ่งกำลังมาแรง ในพักหลังนี้ ในศึก โดยจะถ่ายทอดสดให้แฟนคลับได้ดูกันในวันศุกร์ที่ 30 เดือนกรกฎาคม64 เวลา 19.30 น.

ก่อนจะได้มองเห็น กลับมาวาดลวดลาย บนสังเวียน พวกเราจะพา ไปเจาะลึก ทางชีวิตของ เขาที่ขัดเกลาให้แปลงเป็นยอดความสามารถ คิกบ็อกซิ่งที่ บรรลุผลสำเร็จ อย่างล้นหลาม ในเวทีโลก อย่างขณะนี้ เกนที่แข็งแกร่งที่สุด

มีชื่อจริงว่า “นายอนุลักษณ์ จันทร์สุข” ชื่อเล่นว่า “เมย์” กำเนิดเมื่อ 23 เดือนกันยายน 2534 อายุ 29 ปี มีญาติเป็นชายล้วน 3 คน โดยเขาเป็นคนกลาง บิดาชื่อ “นายสมาน จันทร์สุข” เป็นอดีตนักมวยเก่าในชื่อ “สมาน เมืองรอง” รวมทั้งคุณแม่ชื่อ “นางสมมุ่ง” มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อครั้งเยาว์วัย เรียนหนังสือที่ สถานที่เรียน บ้านหนองทองลิ่ม ด้วยเนื่องจากบิดา เป็นนักมวยเก่า เขาก็เลยมีบิดาเป็นอาจารย์มวยคนแรก โดยเริ่มฝึกฝน มวยเมื่ออายุ 11 ปี เพื่อไว้ป้องกันภัยแต่ว่า มีเลือดนักสู้ มองเห็นบิดาชกมวยแล้วกำเนิดแรงจูงใจ

ก็เลยขอบิดา ทดสอบวิชา บนสังเวียน บิดาพาไปเปรียบ เทียบมวยในงาน สถานที่เรียน บ้านเสลา ที่ ตำบลทุ่งแสงทอง ปรากฏว่าเขาแพ้น็อก ด้วยเหตุว่าพบมวยเที่ยวบินสูงขึ้นยิ่งกว่าถึง 10 ไฟต์ แม้กระนั้นก็ได้รับค่าตอบแทน 150 บาทในวันนั้น

การพ่ายแพ้ ทีแรกมิได้ทำให้ ลดละความเพียรพยายาม เมื่อมองเห็น ความเป็นจริง เป็นจังของลูก บิดาก็เลยนำเขาไปฝาก ฝังเป็นศิษย์ของ “ครูบุญเยี่ยม พลเศษ” ผู้ได้รับสมญานามว่า “เจ้าพ่อมวยเด็ก” รวมทั้งเป็นเจ้าของค่ายมวยศิษย์ บุญยอดเยี่ยมใน จังหวัดบุรีรัมย์ โดยใช้ชื่อสำหรับ การต่อยทีแรกว่า “เดชพยัคฆ์ ศิษย์ครูเยี่ยม”

ภายหลังจากได้ปรับปรุงฝีมืออย่างเอาจริงเอาจัง ก็ออกสัญจรต่อยตามเวทีในบ้านนอกจนกระทั่งสั่งสมกระดูกมวยรวมทั้งประสบการณ์ได้เก่งพอสมควร ครูบุญเยี่ยม ก็เลยส่งเสริมให้เข้ามาต่อยที่กรุงเทพฯ ตอนอายุ 15 ปี โดยแปลงชื่อใหม่เป็น “สิทธิชัย ศิษย์ครูเยี่ยม”

ในระยะเวลา เพียงไม่นาน ได้แชมป์มวยไทย จากหลายรายการ โดยเป็นแชมป์มวยรอบโตโยต้ามาราธอนพิกัด 70 กิโลกรัม ถึงสองสนาม, แชมป์เมืองไทยรุ่นเวลเตอร์เวต แล้วก็ แชมป์ลุมพินีแชมป์ รุ่นเวลเตอร์เวต

เนื่องจากว่า เป็นมวยท่าทีดี รูปร่างสูงใหญ่ แล้วก็น้ำหนักไม่มากเกินไป ก็เลยถูก ตลาดมวยต่างถิ่น ทาง “มิสเตอร์ทิม” ทิมาธี ธรรมาชีวะ ชายหนุ่มเด็ก นักเรียนนอก ผู้ครอบครอง ค่ายฝึกมวย ลูกศิษย์สองญาติ

ก็เลยติดต่อขอให้มาอยู่ในสังกัดรวมทั้งเปลี่ยนสีเสื้อใหม่เป็น “สิทธิชัย ศิษย์สองญาติพี่น้อง” เมื่ออายุ 17 ปี ซึ่งนับว่าเป็นบันไดขั้นสำคัญที่ส่งให้ ก้าวสู่การบรรลุ เป้าหมายระดับนานาชาติ

ภายใต้ขึ้นตรง ต่อศิษย์สองญาติ ได้รับการฝึก การสอนจากคณะ ทำงานมาตรฐาน แล้วก็มีการใช้ หลักวิทยาศาสตร์มาช่วย ทำให้ ปรับปรุงความแข็งแกร่งทางร่างกายเป็นอย่างมาก

เขาได้เปิดฉากไฟต์แรกในเวทีต่างแดนในวัยเพียงแต่ 18 ปี สำหรับเพื่อการแข่งมวยรอบ 4 คนพิกัด 70 กิโลกรัม ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2553

โดยสามารถปราบ “สมัยก่อนยอดมวยไทย 2 ยุค” อนุวัฒน์ แก้วสัมฤทธิ์ ในรอบแรก แล้วก็คว้าชัยเหนือยอดมวยเจ้าถิ่น “ฟาบิโอ ปินกา” ในรอบชิง เล่นเอากองเชียร์อึ้งกันไปเป็นแถบ ต่อจากนั้นเขาก็ขึ้นแท่นเป็นนักต่อยเนื้อหอมที่ถูกจองคิวเดินสายต่อยต่างชาติทั้งยังยุโรป ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม อิตาลี อื่นๆอีกมากมาย