อันเดอร์เรตตลอดไป คริสเตียน เคจ นักมวยปล้ำ สู่แชมป์โลกอย่างสมศักดิ์ศรีในวัย 47 ปี

อันเดอร์เรตตลอดไป

อันเดอร์เรตตลอดไป ถ้าหากกล่าวถึงชื่อนักมวยปล้ำ อย่าง คริสเตียนเคจคุณอาจจะคิดภาพเขาไม่ค่อยออก

อันเดอร์เรตตลอดไป แต่ว่าหากกล่าวว่าเป็นคู่แท็กทีมของเอดจ์ สตาร์มีชื่อเสียงของดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี คนอีกจำนวนไม่น้อยอาจจะคิดถึงเขาได้โดยทันที ตลอดเวลานับเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากโดยความเป็นจริงแล้ว คริสเตียนเป็นนักมวยปล้ำ ที่มีสมรรถนะระดับแชมป์โลก ไม่ได้ต่างอะไรจากเอดจ์ เพื่อนสนิทของเขาเลย

ภายหลังจำต้องเลิกปล้ำ ในปี 2014 ด้วยการบาดเจ็บ คริสเตียนเสมือนจะหมดโอกาสที่กำลังจะได้เป็นแชมป์โลกอย่างสมศักดิ์ศรี แม้กระนั้นด้วยวัย 47 ปี เขาหวนกลับสู่สังเวียนอีกที แล้วก็ได้รับช่องทางสำคัญ กับการประกาศอำนาจว่า เขาก็เป็นนักมวยปล้ำ ระดับตำนานตัวจริงเสียงจริงของแวดวงนี้

คริสเตียนและก็เอดจ์ ชื่อเต็มของ คริสเตียนเคจหมายถึงวิลเลียม เจสัน เรโซเด็กวัยรุ่นจากประเทศแคนาดา ที่หลงใหลกีฬาชกมวยปล้ำ ตั้งแต่วัยเด็ก แล้วก็มีเพื่อนสนิทที่มีชื่อว่า อดัม ค็อปแลนด์ หรือที่ถัดมามีชื่อเสียงกันในฐานะนักมวยปล้ำ นามว่า เอดจ์ เรโซและก็ ค็อปแลนด์ เป็นมิตรแท้มาตั้งแต่ยุคประถม ทั้งสองรักมวยปล้ำ เช่นกัน กำลังขึ้นดวลเดือด

รวมทั้งเป็นแฟนเดนตายของกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งเช่นกัน พวกเขาเป็นเพศชายตลก ๆ แต่ว่ามุ่งมั่นสำหรับเพื่อการดำเนินการ และก็ต้องการจะเป็นนักมวยปล้ำ อาชีพแบบเดียวกันทั้งสอง ในปี 1994 ด้วยวัย 21 ปี วิลเลียม เรโซเริ่มฝึกหัดมวยปล้ำ อย่างเอาจริงเอาจัง ไปกับเพื่อนสนิทของเขา

แล้วก็เพียงแค่ 1 ปีจากนั้น เขาก็เริ่มปล้ำ มวยปล้ำ อาชีพ ในชื่อของคริสเตียนเคจ ซึ่งปราศจากความหมายใด ๆ ก็ตามเว้นเสียแต่เป็นการเอาชื่อผู้แสดงสองคนมารวมกัน นั่นเป็น คริสเตียนสเลเตอร์ และก็ นิโคลัส เคจ

อันเดอร์เรตตลอดไป

อันเดอร์เรตตลอดไป คริสเตียนและก็เอดจ์ เดินทางไปปล้ำ ให้สโมสรอิสระอีกทั้งใน แคนาดา, อเมริกา และก็ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะคู่แท็กทีม

จนกว่าเอดจ์ เพื่อนรักของเขาได้เซ็นสัญญากับดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี ในปี 1997 ซึ่งคริสเตียนก็ได้ไปร่วมทดลองความสามารถในตอนนั้นด้วย แม้กระนั้นโชคร้ายที่ดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี ละเลยในตัวเขา รวมทั้งเลือกจะให้คำมั่นกับเอดจ์เพียงผู้เดียวแค่นั้น แต่ว่าโน่นมิได้ทำให้คริสเตียนรู้สึกอกน้อยใจ

เขาทำงานมากกว่าเดิมเพื่อพิสูจน์ตนเอง กระทั่งแปลงเป็นสตาร์ดังของอีซีดับเบิ้ลยูเอ สัมพันธ์มวยปล้ำ อินดี้ในเมืองเดลาแวร์ของสหรัฐอเมริกา บวกกับการได้ไปฝึกหัดวิชากับตำนานนักมวยปล้ำ อย่าง ดอร์รี่ ฟังค์ จูเนียร์ ทำให้ดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี ตกลงใจหวนมาเซ็นสัญญา กับคริสเตียนสุดท้าย

คริสเตียนเปิดตัวที่ดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี ในฐานะพี่ชายของเอดจ์ แล้วก็มีหน้าที่ด้วยกันมาตลอด จากตอนแรกในฐานะศัตรู ผันแปรสู่กิมมิกแวมไพร์อยากกินเลือดในนามของ “เดอะบลัด” ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นคู่แท็กทีมกัน รวมทั้งดังไปทั่วทั้งโลกในฐานะเอดจ์แอนด์คริสเตียนคริสเตียนแล้วก็เอดจ์ ถึงจะเป็นนักมวยปล้ำ คนใหม่

แต่ว่าทั้งสองมีความเป็นสตาร์ดังอยู่ในตัว ไม่ใช่แค่การครอบครองแชมป์ แท็กทีมหลายยุค แต่ว่ารวมถึงการได้รับรางวัลจากสื่อมวยปล้ำ ที่ได้รับการยินยอมรับ ยกตัวอย่างเช่น การได้รางวัลแมตช์ดีเลิศจากพีดับเบิ้ลยูไอ ในปี 2000 แล้วก็ 2001 รวมทั้งรางวัลคู่แท็กทีมเยี่ยมที่สุดจากดับเบิ้ลยูโอเอ็น ในปี 2000 มวยไทย7สี

ขณะนั้น ไม่มีแท็กทีมคู่ไหนบนโลกที่จะมาทาบความยิ่งใหญ่อีกทั้งในและก็นอกสนามไปจากเอดจ์ รวมทั้ง คริสเตียนได้แต่ การที่ทั้งคู่คนมีชื่อเสียงเกินความจำเป็น ก็ทำให้เกิดผลร้าย ด้วยเหตุว่าดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี เป็นสัมพันธ์มวยปล้ำ ที่ไม่ให้ความเอาใจใส่กับมวยปล้ำ แบบแท็กทีม

ถ้าจะส่งเสริมให้เป็นซูเปอร์สตาร์ ก็จำเป็นต้องแยกกันออกไปปล้ำ ลำพังดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี ก็เลยทำแตกกลุ่มระหว่างเอดจ์ กับคริสเตียนออกอย่างโชคร้าย ในตอนกลางปี 2001 ซึ่งปกติของโลกมวยปล้ำ เมื่อมีการแยกกลุ่มกัน ก็จะต้องมีคนหนึ่งเป็นฝ่ายธรรมะแล้วก็อีกคนเป็นข้างอธรรม และก็ดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี ก็ตกลงใจเลือกเอดจ์ ให้เป็นธรรมะ ส่วนคริสเตียนเปลี่ยนเป็นอธรรม

อันเดอร์เรตตลอดไป

เกิดเรื่องที่รู้เรื่องได้ว่า เพราะอะไรเอดจ์ จะต้องเป็นฝ่ายธรรมะ เพราะเหตุว่าเขาตัวใหญ่มากยิ่งกว่า หล่อกว่า แล้วก็มีภาพลักษณ์ ดีมากกว่าคริสเตียน

ระหว่างที่อย่างเดียวที่คริสเตียนทำเป็นดียิ่งกว่าเป็นการปล้ำ แต่ว่าสำหรับ วินซ์ แม็คแมน ผู้ครอบครองดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี เรื่องภาพลักษณ์มาก่อนความสามารถเสมอ คริสเตียนก็เลยจะต้องสวมบทบาทเป็นข้างอธรรมผู้ตาขาว ที่คิดคดทรยศน้องชายตนเองด้วยเหตุว่าความริษยา และก็หน้าที่ของทั้งคู่คนก็สวนกันอย่างเร็ว

ในตอนที่เอดจ์ แปลงเป็นข้างธรรมะขวัญใจผู้ชม คริสเตียนเป็นไปได้แค่นักมวยปล้ำ สายฮาที่ไม่มีผู้ใดเชียร์ ไม่มีผู้ใดพึงพอใจ ไม่มีผู้ใดให้ความใส่ใจ “เวลานี้เป็นตอนในตอนที่ยากลำเค็ญมากมาย เพราะว่าพวกเราเป็นเอดจ์แอนด์คริสเตียนพวกเราเสมอกันมาตลอด พวกเราไม่เคยต้องการที่จะให้คนใดเด่นกว่าคนไหน

ผมมิได้มีความคิดว่า ผมจำเป็นที่จะต้องเด่นกว่าเอดจ์ ในช่วงเวลานั้นผมอีกทั้งบีบคั้น และไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งพอเพียงเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น การจะทำอะไรมันก็ยากไปหมด” คริสเตียนย้อนเล่าถึงชีวิตตอนที่เขาจำต้องแยกกลุ่มกับเอดจ์ จนถึงทำให้หน้าที่ของตนเองตกต่ำลง ทางนักมวยปล้ำ ของคริสเตียนหลงทางอยู่พักใหญ่ มวยไทย

จนตราบเท่าท้ายปี 2002 เขาได้รับบทให้ไปจับคู่กับคริสเจอริโก้ อีกหนึ่งนักมวยปล้ำ คู่หูในชีวิตจริง การได้กลับมาเป็นนักมวยปล้ำ แบบแท็กทีม ทำให้คริสเตียนฉายแววเด่นของตนเองออกมาได้อีกรอบ ทั้งโอกาสนี้ เขายังได้ดำเนินงานกับหนึ่งในยอดเยี่ยมชั่วกับชั่วกัลป์อย่างคริสเจอริโก้ ที่รอช่วยเหลือคริสเตียนขึ้นมาเป็น นักมวยปล้ำ อธรรมตัวยุ่ง

จนถึงดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี มีความคิดที่จะส่งเสริมคริสเตียนเป็นครั้งแรก ทั้งปี 2003 คริสเตียนแปลงเป็น สตาร์ระดับกึ่งกลางของดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี ที่ได้แชมป์อินเตอร์คอนว่ากล่าวเนนทัลอยู่หลายยุค ก่อนที่จะได้รับชัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยการชนะคริสเจอริโก้ ในเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 20

ในเวลานั้น ใคร ๆ ก็มั่นใจว่าคริสเตียนพร้อมแล้วกับการก้าวขึ้นเป็นนักมวยปล้ำ ข้างอธรรมระดับแถวหน้าของสัมพันธ์ ยิ่งบวกกับการพัฒนาคาแร็กเตอร์ของเขา กระทั่งเปลี่ยนมาเป็นกัปตันคาริสม่า นักมวยปล้ำ ที่เต็มไปด้วยความแน่ใจ ความหยิ่ง แล้วก็มีฝีมือที่สุดยอด พร้อมจะเอาชนะคู่ปรปักษ์ได้ทุกคน