ยูจิโร่ยังคารวะ อิทธิพลของ “มูฮัมหมัด อาลี” ที่มีต่อมังงะ “บากิ”

ยูจิโร่ยังคารวะ

ยูจิโร่ยังคารวะ ความยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ในชีวิตของ มูฮัมหมัด อาลี ทำให้เขาแปลงเป็น บุคคลที่ทรงอำนาจของโลก และก็มีผลต่อ Pop Culture ในช่วงของเขา

ยูจิโร่ยังคารวะ มูฮัดหมัด อาลี มีสถานะเป็นอีกทั้งแชมป์โลกผู้มีอิทธิพลสุดตลอดไป, ไอค่อนของนักกีฬาที่บรรลุผลสำเร็จอย่างยิ่ง ที่โลกกีฬายุคใหม่

รวมทั้งยังเป็นผู้ผลิตอิมแพกต์ต่อสังคม ในฐานะคนแข็งทื่ออกมาต่อสู้ เพื่อความเท่าเทียมกันของผู้คน หาใช่แยกกันด้วยสีผิว

ยูจิโร่ยังคารวะ

ไม่แปลกที่ผู้คนจะสรรเสริญ เอกบุรุษจากเมืองหลุยส์วิลล์ เมืองเคนตักกี้ อเมริกา ผ่านภาพยนตร์, ดนตรี, สารคดี ไปจนกระทั่ง มังงะมีชื่ออย่าง “บากิ” ที่มีการจับเอาเรื่องราวชีวิตส่วนหนึ่งของ มูฮัมหมัด อาลี ถ่ายทอดลงบนลายเส้นการ์ตูน

บากิ เกี่ยวกับเรื่องของ ฮันมะ บากิ เด็กหนุ่มที่แม่ของเขา ถูกฆ่าตายด้วยมือของ ฮันมะ ยูจิโร คนที่มีอำนาจเป็นบิดาของเขา บากิ ก็เลยค้นหาขั้นตอนการ ที่จะฝึกซ้อมตนเองให้เข้มแข็งขึ้น โดยมีเป้าหมายเป็น เอาชนะ ยูจิโร่ มนุษย์ที่ได้รับการตั้งชื่อว่า “สิ่งมีชีวิตที่เข้มแข็งสุดในโลก” มวยไทย7สี

ในด้านของยอดจำหน่าย มังงะหัวข้อนี้ไปถึงเป้าหมายเป็นอย่างมาก อย่างใน 3 ภาคแรก มียอดขายมากยิ่งกว่า 60 ล้านเล่ม กระทั่งมีการนำไปสร้างเป็น อนิเมะ, เกม รวมทั้งสร้างภาคพิเศษ ขึ้นมาต่อยอดความดัง

สิ่งที่ทำให้ บากิ เป็นมังงะการต่อสู้ที่คนติดอกติดใจเยอะมาก อาจจะหนีไม่พ้น กรรมวิธีการเดินเรื่อง, ฉากการต่อสู้สุดตื่นเต้น และก็วิชาความรู้ด้านศิลป์การต่อสู้กิ่งก้านสาขาต่างๆที่ถูกแทรกสอดลงไปในเรื่องราว ซึ่งทั้งสิ้นล้วนมาจากความหลงใหลสำหรับเพื่อการกีฬาการต่อสู้แบบเข้าเส้นของ “อิตางากิ” จนกระทั่งชี้แจงแก่นแท้ของแต่ละศิลป์การต่อสู้ได้อย่างถ่องแท้

ก่อนหน้าที่จะเขามาเขียนเรื่องบากิ … อิตางากิ เคยรับใช้กองทัพเป็น ทหาร อยู่ใน กองบินปกป้องตนเองภาคพื้นดินของประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างนั้น เขาได้โอกาสได้ฝึกฝนเพลงหมัด มวยสากลสมัคร จนถึงถูกส่งลงแข่งขัน เทศกาลกีฬาแห่งชาติประเทศญี่ปุ่น (National Sports Festival) ที่เป็นรายการใหญ่ระดับประเทศ

ยูจิโร่ยังคารวะ

ไม่เพียงเท่านั้น อิตางากิ ยังมีวิชาการต่อสู้ Shorinji Kempo ที่เขาฝึกซ้อมมาตั้งแต่เป็นวัยชายหนุ่ม เป็นศิลป์การต่อสู้ที่ประจำตัวมาด้วย เมื่อผันตนเองไปสู่วงการน้ำหมึก เขาก็เลยเริ่มสร้างมังงะเรื่อง “บากิ” ขึ้นมา พร้อมทั้งนักแสดงเยอะมาก ตามจินตนาการ

เว้นแต่ นักแสดงที่ถูกสมมติขึ้นมา ให้มีพลังเหนือกว่า มนุษย์ปกติทั่วๆไปแล้ว ส่วนที่เติมเต็มให้ “บากิ” เปลี่ยนเป็น มังงะการต่อสู้ที่ครบทุกรสเป็นการนำเอาบุคคลที่มีตัวตนจริง มาใส่ไว้ในเรื่อง โดยมีการแปลงชื่อบางส่วน

เช่น อันโตนิโอ อิโนกิ ราชานักมวยปลุกปล้ำชาวญี่ปุ่น, รอยซ์ เกรซี่ ตำนานนักบราซิลเลียนคนยิวยิตสู, จอร์จ โฟร์แมน แชมป์โลกเฮฟวี่เวต 3 เส้น, โจ เฟรเซียร์ แชมป์โลกเฮฟวี่เวต 2 เส้น ฯลฯ

รวมทั้งคนหนึ่งที่ไม่อาจจะขาดได้เลยเป็นยอดเยี่ยมหมัดผู้มีอิทธิพลตลาดกาล “มูฮัมหมัด อาลี” ที่ไม่ใช่แค่มาเผยตัวเพียงแค่นั้น แต่ว่าอาลี ยังมีสตอรีที่ผูกกับเงื่อนสำคัญของเรื่องอีกด้วย วงการมวยไทยวุ่น

ทำให้ เคซุเกะ อิตางากิ ตกลงใจวางโครงเรื่องไว้ให้ อาลี ซึ่งในเรื่องถูกแปลงชื่อเป็น “โมฮัมหมัด อาไล” เป็นนักสู้ผู้มีอิทธิพล ที่แม้กระทั้ง ฮันมะ ยูจิโร่ “สิ่งมีชีวิตที่เข้มแข็งสุดในโลก” ยังให้การเชื่อถือ โดยนำเรื่องราวจริงนิดหน่อย มาร้อยเรียงเอาไว้ในเรื่อง

โมฮัมหมัด อาไล เผยตัวในภาค 2 รวมทั้ง 3 โดยเวลานี้ อาไล เป็นชายสูงอายุที่ป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน (ตรงตามชีวิตจริง) ทำให้มีการอาการสั่น, น้ำลายหกอยู่ที่มุมปากสองข้าง ระหว่างที่เขาให้สัมภาษณ์กับ นักข่าว แบบตัวต่อตัว

อาไล ได้เล่าย้อนความจำเมื่อปี 1976 ในขณะนั้น เขาบินมาที่ญี่ปุ่น เพื่อต่อสู้ความสามารถกับ อันโตนิโอ อินาริ (แปลงมาจาก อันโตนิโอ อิโนกิ) แต่ว่าเวลากลางคืนก่อนวันแข่ง เขา พร้อมกลุ่มผู้ฝึกสอนได้ออกมาวิ่งบริหารร่างกาย รวมทั้งได้เจอกับ ฮันมะ ยูจิโร่

ยูจิโร่ เริ่มด้วยกล่าวท้า โมฮัมหมัด อาไล ก่อนทั้งสองจะเปิดศึกใส่กัน หมัดของ อาไล ทำเป็นเพียงแค่สร้างรอยแผลขีดข่วนให้กับ ยูจิโร เพียงแค่นั้น ส่วน มนุษย์ที่อดทนสุดในโลก มิได้โต้กลับอะไร นอกเหนือจากการกล่าวว่า สิ่งที่ “The Greatest” แสดงออกบนเวทีไม่ใช่การชกมวย แต่ว่ามันเป็น ศิลป์การต่อสู้แบบ โมฮัมหมัด อาไล

อย่างไรก็แล้วแต่ ยูจิโร่ คิดว่า เหตุผลที่ทำให้ ศิลป์การต่อสู้แบบ โมฮัมหมัด อาไล ไม่สมบูรณ์แบบ เป็นเนื่องจากตอน 3 ปีที่ อาไล จะต้องถูกขังเรือนจำและก็ถูกยึดแชมป์โลก ข้อกล่าวหาหนีทหาร ภายหลังได้รับหมายให้ไปรบที่ การสู้รบเวียดนาม

แต่ว่า โมฮัมหมัด อาไล ไม่ยอมรับที่จะไปรบ โดยบอกเหตุผลตามความศรัทธาของอิสลาม ที่ไม่ให้ฆ่าฟันคน โน่นก็เลยทำให้ อาไล สูญเสียช่องทางที่จะปรับปรุงศิลป์การต่อสู้ในแบบของเขา ตามความนึกคิดของ ฮันมะ ยูจิโร่

แต่กระนั้น ช่วง 3 ปีที่จำต้องถูกจำจอง ได้ทำให้ “ยูจิโร่” กำเนิดความปิติยินดีในตัวของ โมฮัมหมัด อาไล อย่างยิ่ง ในฐานะผู้ที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้องแน่ใจ รวมทั้งความเท่าเทียมของผู้คน แทนที่จะให้ทั้งสองทดลองสู้กันจริงๆหรือ ยูจิโร มาดูถูก เยาะเย้ย อาไล

ในจุดนี้ ทำให้เห็นว่า เคซุเกะ อิตางากิ ให้ความนับถือต่อ มูฮัดหมัด อาลี อย่างยิ่ง ถึงขนาดที่เขียนมาให้ ยูจิโร่ ทำความเคารพในความเป็นบุคคลที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับโลกของ อาไล

ในเนื้อเรื่อง โมฮัมหมัด อาไล จูเนียร์ เป็นนักต่อยชายหนุ่มที่เคยเอาชนะบิดาของเขา (โมฮัมหมัด อาไล) มาได้ เขาก็เลยมีความแน่ใจครามครันว่า ตนเองเป็นยอดเยี่ยมนักสู้ แล้วก็ขณะนี้เขาได้ปรับปรุงศิลป์การต่อสู้แบบ โมฮัมหมัด อาไล อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

ไม่ถูกกับ โมฮัมหมัด อาไล และก็ ฮันมะ บากิ ที่ถูกเสนอว่าในด้านของ นักสู้ที่มีจิตใจแข็งแกร่ง พร้อมสู้มอบชีวิตเพื่อเอาชนะคู่ประมือ ไม่ว่าตนเองจะอยู่ในภาวะไหนก็ตาม

ทั้งปวงล้วนเป็น อิทธิพลจากความนึกคิด พฤติกรรม และก็ช่วงชีวิตนักต่อยที่ยิ่งใหญ่ของ มูฮัมหมัด อาลี ที่มีต่อ “บากิ” กระทั่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้ มังงะการต่อสู้ หัวข้อนี้บันเทิงใจเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังก่อร่างสร้างตัวละครต่อยอดอย่าง โมฮัมหมัด อาไล จูเนียร์ มาเป็นอีกหนึ่งเงื่อนของเรื่อง

“ถึงแม้นายจะอ่อนแอกว่าฉัน แม้กระนั้นนายต่อสู้กับระบบ เพื่อคนผิวดำที่ด้อยสิทธิรวมทั้งจังหวะ นายต่อสู้กับระบบ เพื่อทหานที่เคยผ่านการรบคนได้รับบาดเจ็บ นายต่อสู้ในนามของคนอ่อนแอทุกคน นายนำพาความมุ่งมาดมาสู่ผู้ไม่มีอำนาจ”

“การดูหมิ่นเหยียดหยามเชื้อชาติ ประเทศ ทั้งคู่อย่าง หาใช่ที่ศัตรูจะล้มได้ง่ายสุดๆ มันไม่ใช่แนวทางต่อสู้ของนายที่ยอดเยี่ยมหรอกนะ มันเป็นจิตวิญญาณของนายต่างหาก จิตวิญญาณของนายมันน่ากราบ!” นี่เป็นประโยคที่ ฮันมะ ยูจิโร กล่าวกับ โมฮัมหมัด อาไล ในเรื่องบากิ